สรุป 5 อันดับไวรัสสุดร้าย ภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ต
5 อันดับเจ้าตัวร้าย ที่คุกคามเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านทางอินเตอร์เน็ต
เริ่มกันที่อันดับที่ 1 Trojan.Clicker.CM เจ้าม้าโทรจันสายพันธุ์นี้พบมากในเว็บไซต์ที่มีการแชร์ไฟล์กัน เช่น เว็บทอร์แรนด์ต่าง ๆ ซึ่งเราเรียกว่า “Warez” และพบมากในเว็บที่มีการโพสต์พวกโฆษณาและสื่อล่อลวงต่าง ๆ เช่น ลิงค์เว็บโป๊, ฟรีเกมส์ออนไลน์เป็นต้น
อันดับที่ 2 Trojan.AutorunInf.Gen เจ้าม้าโทรจันสายพันธุ์นี้จะติดมากับ อุปกรณ์ Removable ต่าง ๆ เช่น FashDrive, Memory Card,External Harddrive เป็นต้น โดยเจ้าโทรจันตัวนี้จะเข้าไปฝังตัวใน Win32.Worm.Downadup and Worm.Zimuse เพื่อเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ใช้ต้องพึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปโอนถ่ายข้อมูลกับบุคคลอื่น เพราะมีเปอร์เซ็นเสี่ยงสูงมาก
อันดับที่ 3 Win32.Worm.Downadup.Gen โดยเจ้าตัวร้ายตัวนี้ จะเข้ามาทาง Microsoft Windows Server Service RPC ผ่านทางรีโมทโค้ต มันจะจู่โจมเข้ามาในระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถอัพเดท Windowsและ ระบบ Security ได้ นอกจากนี้เจ้าวายร้ายยังปลอมตัวเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพื่อตบตาไม่ให้ผู้ใช้ทำการลบมันทิ้ง ดังนั้นวิธีการป้องกันเจ้าวายร้ายตัวนี้ คือการมั้น อัพเดทระบบและซอฟแวร์ป้องกันไวรัสบ่อยๆ ก็จะสามารถช่วยได้เลยทีเดียว
อันดับที่ 4 Exploit.PDF-JS.Gen
ไวรัสสายพันธุ์นี้จะมาในรูปแบบของไฟล์ PDF โดยจะเข้าไปในช่องโหว่ของโปรแกรม Adobe PDF Reader เมื่อไฟล์ PDF ถูกเปิด Javascript code จะสั่งดาวโหลดอัตโนมัติและเมื่อนั้น เจ้าไวรัสสายพันธุ์นี้ก็จะเข้าไปจู่โจมทำลายหรือขโมยข้อมูลสำคัญจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายทั้งหมด ดังนั้นเมื่อต้องการดาวน์โหลด ไฟล์ PDF ขอให้ผู้ใช้ได้ทำการสแกนไฟล์ก่อนทำการเปิดใช้งานจะเป็นการช่วยป้องกันได้ในอีกสเตปหนึ่ง
อันดับที่ 5 Trojan.Wimad.Gen.1 พบมากบนเว็บที่ให้บริการดาวน์โหลดซอฟแวร์ (Torrent) หรือไฟล์วีดีโอ, ไฟล์หนังต่าง ๆ(เว็บบิททอเร็นนั่นเอง) มันสามารถแฝงตัวและเชื่อมต่อกับ URL และดาวโหลดไวรัสแถมมาให้คุณตาม Codec ของไฟล์วีดีโอนั้นๆ
ที่มาโดย : Trueonline
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
รู้จักกับ TCP/IP โปรโตคอล TCP/IP หรือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol เป็นระเบียบวิธีการ สื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ ที่ใช้กันมาแต่เดิมในระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งมีการใช้งานอย่าง กว้างขวางมาก จนถือเป็นมาตรฐานได้ จุดกำเนิดของโปรโตคอล TCP/IP นี้เริ่มขึ้นในราว พ.ศ. 2512 ที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เมื่อพบปัญหาในการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานต่างๆ ของตน ซึ่งจะต้องมีการส่งข้อมูลระหว่างกัน และไปยังหน่วยงานภายนอกอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัย ห้องทดลองต่างๆ (ส่วนใหญ่มีเครื่องที่ใช้ระบบ Unix อยู่เป็นจำนวนมาก) เนื่องจากแต่ละแห่งก็จะมีระบบคอมพิวเตอร์ของตนเองที่แตกต่างกันไป การต่อเชื่อมกันก็เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำไม เหมือนกัน ดังนั้นข่าวสารข้อมูลทั้งหลาย จึงถ่ายเทไปมาได้อย่างยากลำบากมาก กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ จัดตั้งหน่วยงาน Advanced Research Projects Agencies (ARPA) ขึ้นมา เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผลลัพธ์ที่หน่วยงาน ARPA ได้จัดทำขึ้นคือ การกำหนดมาตรฐานในการสื่อสารข้อมูลและได้จัดตั้งเครือข่าย ARPANET ขึ้นโดยใช้โปรโตคอล TCP/IP ต่อมาก็กลายมาเป็นมาตรฐานจริงจัง ในราวปี พ.ศ. 2525 ความสัมพันธ์ระหว่าง TCP/IP กับระบบปฏิบัติการ Unix เกิดขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่เบอร์คเลย ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งมีการผนวกเข้ากับโปรโตคอล TCP/IP สำหรับใช้ในการสื่อสารระหว่างระบบออกมา และเผยแพร่ต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ ทำให้การสื่อสารกันของเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Unix มักจะต้อง ใช้โปรโตคอล TCP/IP เสมอ และมีบทบาทเป็นสิ่งที่คู่กันต่อมาถึงปัจจุบัน
ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของผู้ใช้จะเป็นแบบใดก็ตาม เช่น พีซีหรือแมคอินทอช ก็สามารถใช้งานโปรโตคอล TCP/IP เพื่อต่อเชื่อมเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้ วิธีการก็คือเพียงแต่ติดตั้งใช้งานซอฟต์แวร์โปรโตคอล TCP/IP เท่านั้น ส่วนวิธีการและโปรแกรมที่ติดตั้ง จะแตกต่างกันขึ้นกับระบบที่ใช้ ซึ่งจะกล่าวต่อไป หมายเลข IP (IP Address) การสื่อสารกันในระบบเครือข่าย อินเตอร์เน็ตที่มีโปรโตคอล TCP/IP เป็นมาตรฐานนี้ เครื่องอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่ จะต้องมีหมายเลขประจำตัวเอาไว้อ้างอิงให้เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทราบเหมือนกับคนทุกคนต้องมีชื่อให้คนอื่นเรียก หมายเลขอ้างอิงดังกล่าวเราเรียกว่า IP Address หรือหมายเลข IP หรือบางทีก็เรียกว่า "แอดเดรส IP" (IP ในที่นี้ก็คือ Internet Protocol ตัวเดียวกับใน TCP/IP นั่นเอง) ซึ่งถูกจัดเป็นตัวเลขชุดหนึ่งขนาด 32 บิต ใน 1 ชุดนี้จะมีตัวเลขถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละ 8 บิตเท่าๆ กัน เวลาเขียนก็แปลงให้เป็นเลขฐานสิบ ก่อนเพื่อความง่ายแล้วเขียนโดยคั่นแต่ละส่วนด้วยจุด ดังนั้นในตัวเลขแต่ละส่วนนี้จึงมีค่าได้ตั้งแต่ 0 จนถึง 28 -1 = 255 เท่านั้น เช่น 192.10.1.101 เป็นต้น ตัวเลข IP Address ชุดนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญคล้ายเบอร์โทรศัพท์ที่เรามีใช้อยู่และไม่ซ้ำกัน เพราะสามารถกำหนดเป็นตัวเลขได้รวมทั้งสิ้นกว่า 4 พันล้านเลขหมาย แต่การกำหนดให้คอมพิวเตอร์มีเลขหมาย IP Address นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากหมายเลข 1 และนับขึ้นไปเรื่อยๆ หากแต่จะมีการจัด แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
- ส่วนแรกเป็นหมายเลขของเครือข่าย (Network Number)
- ส่วนที่สองเรียกว่าหมายเลขของคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายนั้น (Host Number) เพราะในเครือข่ายใดๆ อาจจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออยู่ได้มากมาย ในเครือข่ายที่อยู่คนละระบบอาจมีหมายเลข Host ซ้ำกันก็ได้ แต่เมื่อรวมกับหมายเลข Network แล้ว จะได้เป็น IP Address ที่ไม่ซ้ำกันเลย
ในการจัดตั้งหรือกำหนดหมายเลข IP Address นี้ก็มีวิธีการกำหนดที่ชัดเจน และมีกฎเกณฑ์ที่รัดกุม ผู้ใช้ที่อยากจัดตั้งโฮสต์คอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ต และให้บริการต่างๆ สามารถขอหมายเลข IP Address ได้ที่หน่วยงาน Internet Network Information Center (InterNIC) ขององค์กร Network Solution Incorporated (NSI) ที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา แต่ถ้าผู้ใช้สมัครเข้าเป็นสมาชิกขอ ใช้บริการอินเตอร์เน็ตจากบริษัทผู้ให้บริการ (Internet Service Provider) เรียกย่อๆ ว่าหน่วยงาน ISPรายใดก็แล้วแต่ ก็ไม่ต้องติดต่อขอ IP Address เนื่องจากหน่วยงาน ISP เหล่านั้นจะกำหนดหมายเลข IP ให้ใช้ หรือส่งค่า IP ชั่วคราวให้ใช้งาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบการขอใช้บริการที่จะกล่าวต่อไป
โครงสร้างของแอดเดรสที่ใช้ใน classต่างๆของเครือข่าย ซึ่งทั้งหมด ยาว 32 บิต IP Address นี้มีการจัดแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ระดับ (Class) แต่ที่ใช้งานในทั่วไปจะมีเพียง 3 ระดับคือ Class A, Class B, Class C ซึ่งก็แบ่งตามขนาดความใหญ่ ของเครือข่ายนั่นเอง ถ้าเครือข่ายใดมีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร เชื่อมต่ออยู่มาก ก็จะมีหมายเลขอยู่ใน Class A ถ้ามีจำนวนเครื่องต่ออยู่ลดหลั่นกันลงมาก็จะอยู่ใน Class B และ Class C ตามลำดับ หมายเลข IP ของ Class A มีตัวแรกเป็น 0 และหมายเลขของเครือข่าย (Network Number) ขนาด 7 บิต และ มีหมายเลขของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Host Number) ขนาด 24 บิต ทำให้ในหนึ่งเครือข่ายของ Class A สามารถมีคอมพิวเตอร ์เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายได้ถึง 224= 16 ล้านเครื่อง เหมาะสำหรับองค์กร หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ใน Class A นี้ จะมีหมายเลข เครือข่ายได้ 128 ตัวเท่านั้นทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าจะมีเครือข่ายยักษ์ใหญ่แบบนี้ได้เพียง 128 เครือข่ายเท่านั้น สำหรับ Class B จะมีหมายเลขเครือข่ายแบบ 14 บิต และหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ 16 บิต (ส่วนอีก 2 บิตที่เหลือบังคับว่าต้องขึ้นต้นด้วย 102) ดังนั้นจึงสามารถมีจำนวนเครือข่ายที่อยู่ใน Class B ได้มากกว่า Class A คือมีได้ถึง 214 = กว่า 16,000 เครือข่าย และก็สามารถมีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกันในเครือข่าย Class B แต่ละเครือข่ายได้ถึง 216 หรือมากกว่า 65,000 เครื่อง สุดท้ายคือ Class C ซึ่งมีหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ 8 บิตและมีหมายเลขเครือข่ายแบบ 21 บิต ส่วนสามบิตแรกบังคับว่าต้องเป็น 1102 ดังนั้นใน แต่ละเครือข่าย Class C จะมีจำนวนเครื่องต่อเชื่อมได้เพียงไม่เกิน 254 เครื่องในแต่ละเครือข่าย (28 = 256 แต่หมายเลข 0 และ 255 จะไม่ถูกใช้งาน จึงเหลือเพียง 254) ดังนั้นวิธีการสังเกตได้ง่ายๆ ว่าเราเชื่อมต่ออยู่ที่เครือข่าย Class ใดก็สามารถดูได้จาก IP Address ในส่วนหน้า (ส่วน Network Address) โดย
Class A จะมี Network address ตั้งแต่ 0 ถึง 127 (บิตแรกเป็น 0 เสมอ)
Class B จะมี Network address ตั้งแต่ 128 ถึง 191 (เพราะขึ้นต้นด้วย 102 เท่านั้น)
Class C จะมี Network address ตั้งแต่ 192 ถึง 223 (เพราะขึ้นต้นด้วย 1102 เท่านั้น)
เช่น ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ตมีหมายเลข IP ดังนี้ 181.11.82.22 ตัวเลข 181.11 แสดงว่าเป็นเครือข่ายใน Class B ซึ่งหมายเลขเครือข่ายเต็มๆ จะใช้ 2 ส่วนแรกคือ 181.11 และมีหมายเลขคอมพิวเตอร์คือ 82.22 หรือถ้ามี IP Address เป็น 192.131.10.101 ทำให้ทราบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเชื่อมต่ออยู่ใน Class C มีหมายเลขเครือข่ายคือ 3 ส่วนแรก ได้แก่ 192.131.10 และหมายเลขประจำ เครื่องคือ 101 เป็นต้น
Domain Name System (DNS)เราทราบแล้วว่าการติดต่อกันในอินเตอร์เน็ตซึ่งใช้โปรโตคอล TCP/IP คุยกัน โดยจะต้องมีหมายเลข IP ในการอ้างอิงเสมอ แต่หมายเลข IP นี้ถึงแม้จะจัดแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วก็ยังมีอุปสรรคในการที่ต้องจดจำ ถ้าเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายมีจำนวนมากขึ้น การจดจำหมายเลข IP ดูจะเป็นเรื่องยาก และอาจสับสนจำผิดได้ แนวทางแก้ปัญหาคือการตั้งชื่อหรือตัวอักษรขึ้นมาแทนที่หมายเลข IP น่าจะสะดวกในการจดจำมากกว่า เช่น หมายเลข IP คือ 203.78.105.4 แทนที่ด้วยชื่อ thaigoodview.com ผู้ใช้บริการสามารถ จดจำชื่อ thaigoodview.com ได้แม่นยำกว่า นอกจากนี้ในกรณีเครื่องเสีย หรือต้องการเปลี่ยนแปลงเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการ จากเครื่องที่มีหมายเลข IP 203.78.105.4 เป็น 203.78.104.9 ผู้ดูแลระบบจะจัดการ แก้ไขฐานข้อมูลให้เครื่องใหม่มีชื่อแทนที่เครื่อง เดิมได้ทันที โดยไม่ต้องโยกย้ายฮาร์ดแวร์แต่อย่างใด ส่วนในมุมมองของผู้ใช้ ก็ไม่ต้องแก้ไขอะไรทั้งสิ้น ยังคงสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม
สำหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้มีการพัฒนากลไกการแทนที่ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการกับหมายเลข IP หรือ name-to-IP Address ขึ้นมาใช้งานและเรียกกลไกนี้ว่า Domain Name System (DNS) โดยมีการจัดเก็บฐานข้อมูลชื่อและหมายเลข IP เป็นลำดับชั้น (hierachical structure) อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่พิเศษที่เรียกว่า Domain Name Server หรือ Name Server โครงสร้างของฐานข้อมูล Domain Name นี้ ในระดับบนสุดจะมีความหมายบอกถึง ประเภทขององค์กร หรือชื่อประเทศที่เครือข่ายตั้งอยู่ ชื่อ Domain ในชั้นบนสุดเหล่านี้จะใช้ตัวอักษรเล็กหรือใหญ่ก็ได้ แต่นิยมใช้อักษรตัวเล็ก โดยมีการกำหนดมาจากหน่วยงานที่เรียกว่า InterNIC (Internet Network Information Center) จากระดับบนสุดก็จะมีระดับล่างๆ ลงมาซึ่งใช้แทนความหมายต่างๆ แล้วแต่ผู้จัดตั้งจะ กำหนดขึ้น เช่น ตั้งตามชื่อคณะ หรือภาควิชาในมหาวิทยาลัย ตั้งตามชื่อฝ่ายหรือแผนกในบริษัท เป็นต้น แต่ละระดับจะถูกแบ่งคั่นด้วยเครื่องหมายจุดเสมอ การดูระดับจากบนลงล่างให้ดูจากด้านขวามาซ้าย เช่นชื่อ Domain คือ support.skynet.com จะได้ว่า com จะเป็นชื่อ Domain ในระดับบนสุด ถัดจากจุดตั้งต้น หรือรากของโครงสร้าง (root) ระดับที่สองคือชื่อ skynet และระดับล่างสุดคือ support หมายความว่า ชื่อ Domain นี้ แทนที่หน่วยงาน support ของบริษัทชื่อ skynet และเป็นบริษัทเอกชน ดังแสดงโครงสร้างลำดับชั้นของ Domian Name ที่ชื่อ Support.skynet.com
ในการกำหนดหรือตั้งชื่อแทนหมายเลข IP นี้จะต้องลงทะเบียนและขอใช้ที่หน่วยงาน InterNIC เสียก่อน ถ้าได้รับอนุญาตและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดเก็บเพิ่มฐานข้อมูล name-to-IP address เพื่อให้ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตสามารถ อ้างอิงเข้ามาใช้บริการได้ เหมือนกับการขอจดทะเบียนตั้งชื่อบริษัท ที่ต้องมีผู้รับผิดชอบในการเก็บข้อมูลเป็นนายทะเบียนและคอยตรวจ ดูว่าชื่อนั้นจะซ้ำกับคนอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหาก็อนุญาตให้ใช้ได้ ชื่อ Domain Name นี้จะมีความยาวทั้งหมดไม่เกิน 255 ตัวอักษร แต่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องระดับชั้น ดังนั้นในชื่อหนึ่งๆ อาจมีหลายระดับได้ตามต้องการ และข้อสังเกตที่สำคัญก็คือชื่อ และจุดเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับจุดใน ตัวเลขที่เป็น IP Address แต่อย่างใด ขบวนการหรือกลไกในการแปลงชื่อ Domain กลับเป็นหมายเลข IP หรือ Name Mapping นี้อยู่ที่การ จัดการฐานข้อมูล Domain Name แบบกระจาย โดยจะเริ่มจากเมื่อมีโปรแกรมอ้างถึงชื่อโดเมนบนเครื่องหนึ่ง ก็จะมีการสอบถามไปที่ฐานข้อมูล ในเครื่องที่ทำหน้าที่เป็น Name Server (ซึ่งอาจเป็นเครื่องเดียวกันนั้นเองหรือคนละเครื่องก็ได้ และอาจมี Name Server ได้หลายเครื่องด้วย ขึ้นกับว่าจะตั้งไว้ให้รู้จัก Name Server เครื่องใดบ้าง) เครื่องที่เป็น Name Server ก็จะเรียกดูในฐานข้อมูลและถ้าพบชื่อที่ต้องการก็จะจัดการแปลงชื่อ Domain เป็นหมายเลข IP ที่ถูกต้องให้ ระบบ Name Server นี้จะมีติดตั้งกระจายไปในหลายเครื่องบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เนื่องจากอย่างน้อยหน่วยงาน ISP หนึ่งๆ ก็จะต้องจัดตั้งระบบดังกล่าวขึ้นมา เพื่อคอยดูแลจัดการฐานข้อมูล Domain Name ของเครือข่ายตนเอง ดังนั้นถ้า Name Server เครื่องหนึ่งไม่มีข้อมูลหรือไม่รู้จัก Domain Name ที่ถูกถามมาก็อาจจะไปขอข้อมูลจาก Name Server เครื่องอื่นๆ ที่ตนรู้จักจนกว่าจะพบ หรือจนกว่าจะทั่วแล้วไม่ปรากฏว่ามีเครื่องไหนรู้จักเลย กรณีนี้ก็จะตอบไปว่าไม่รู้จัก (หรือถ้ามี Name Server บางเครื่องที่รู้จักชื่อนั้นแต่ขณะนั้น เกิดขัดข้องอยู่ก็จะได้คำตอบว่าไม่มีเครื่องใดรู้จักเช่นกัน)
การกำหนดชื่อผู้ใช้และชื่อ Domainความสามารถของ Domain Name System ที่ทำหน้าที่แปลงระบบชื่อให้เป็นหมายเลข IP นี้ ได้ถูกนำมาใช้กว้างขวางมากขึ้น โดยรวมไปถึงการกำหนดชื่อผู้ใช้ในระบบได้อีกด้วย กฎเกณฑ์ในการกำหนดก็ไม่ยุ่งยาก โดยชื่อผู้ใช้จะมีรูปแบบดังนี้ ชื่อ_user @ ชื่อ_subdomain. ชื่อ_Subdomain... [...] . ชื่อ_Domain ชื่อ_user จะเป็นตัวอักษรแทนชื่อเฉพาะใดๆ เช่น ชื่อผู้ใช้คนหนึ่งที่จะรับหรือส่ง E-mail ท้ายชื่อ user นี้จะมีเครื่องหมาย @ ซึ่งอ่านว่า "แอท" หมายถึง "อยู่ที่เครื่อง..." แบ่งคั่นออกจากส่วนที่เหลือ ชื่อ_Subdomain เป็นส่วนย่อยที่จะใช้ขยายให้ทราบถึงกลุ่มต่างๆ ใน domain นั้น เช่น กรณีที่บริษัทมีหลายหน่วยงาน จึงจัดเป็นกลุ่มๆ ตั้งชื่อไว้อยู่ใน subdomain ต่างๆ ซึ่งในที่หนึ่งๆ อาจจะมี subdomain หลายระดับก็ได้ และชื่อ subdomain ตัวสุดท้ายมักเป็นชื่อโฮสต์คอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้รายนั้นใช้อยู่นั่นเอง ชื่อ_Domain ตามปกติชื่อ domain จะอยู่ทางด้านขวาสุดของชื่อ DNS ใช้สำหรับระบุประเภทของกิจกรรมของเครือข่ายนั้นๆ เวลาที่มีการติดต่อกัน เช่น ในการส่ง E-mail ชื่อดังกล่าวนี้ก็จะใช้เป็นตัวอ้างอิงเสมือนชื่อและที่อยู่ของผู้ใช้รายนั้นๆ หรือเรียกว่าเป็น E-mail address นั่นเอง
อ้างอิง : www.thaigoodview.com. All rights reserved.
อินเทอร์เน็ต'' โลกไร้พรมแดนที่ต้องมีขอบเขต
ทุกวันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศเจริญ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าอาจทำให้หลายคนตกกระแสกันแบบ ง่าย ๆ โดยเฉพาะ “อินเทอร์ เน็ต” เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่ทำให้โลกไร้พรมแดนมากมายไปด้วยรูปภาพ เรื่องราว เนื้อหาเกม ที่มีให้เลือกได้ตามถนัด ถูกย่อลงมารวมอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า
พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีทั้งที่ใช้ให้เกิดประโยชน์และการนำไปใช้แบบผิดวิธี เช่น ใช้เพื่อลามกอนาจาร ที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุดอยู่ในขณะนี้ คือ คลิปวิดีโอโป๊ เว็บไซต์ลามก และขายหวิว หรือการโชว์สัดส่วนผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วเก็บค่าดู ซึ่งระบาดหนักในหมู่วัยรุ่นและยากต่อการควบคุม การสนทนาบนเน็ต เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กำลังเป็นที่ นิยมอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ วัยรุ่นเนื่องจากเป็นวัยที่กำลังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ความคิด ย่อมต้องการเพื่อนเพื่อเป็นที่ปรึกษาพูดคุยแลกเปลี่ยน ทัศนคติ การแชตทำให้ได้เพื่อนใหม่ ๆ ทางอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาสามารถเปลี่ยนเพื่อนคุยไป ได้ตามความต้องการ แต่การได้เพื่อนใหม่จากวิธีนี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะเราไม่อาจรู้พฤติกรรมและนิสัยที่แท้จริงของ คู่สนทนาได้เลย ส่วนการบอก ชื่อจริง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้จริงนั้น ย่อมเป็นภัยต่อตนเองโดยเฉพาะกับผู้หญิง การพัฒนาปรับปรุงรูปแบบของ เกม ที่มีสีสันสดใส สวยงาม ชวนให้ติดตามและหลงใหล สร้างความเพลิดเพลินเป็นสิ่งที่จูงใจให้เด็ก ๆ และเยาวชนเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต ได้อย่างง่ายดาย จนฮิตติดลมบนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยองค์ประกอบที่เอื้ออำนวยในการเล่นที่ง่าย เพราะแทบทุกบ้านจะมีคอมพิวเตอร์ ส่วนที่ไม่มีก็สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ทั่ว ทุกหัวระแหงซึ่งมีให้เลือกได้ตามใจชอบเด็กและเยาวชน รวม ถึงผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บางคนเล่นจนหามรุ่งหามค่ำ โดยไม่ยอมทำกิจกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น สร้างความวิตกให้กับผู้เป็นพ่อแม่ และบุคคลรอบข้างเป็นอย่างมาก พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เล่าถึงการใช้อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการเล่นเกมของเด็กให้ฟังว่า เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน บางครั้งการเล่นอินเทอร์เน็ต ติดเกมของเด็ก เป็นปัญหาปลายทาง เกิดจากการที่พ่อแม่ไม่จัดระบบเรื่องระเบียบวินัย ไม่มีกิจ กรรมเสริมให้กับลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่มีกีฬา ไม่มีดนตรี ที่สำคัญ อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการสื่อสารกับเพื่อน ๆ สมัยนี้ คนไหนเล่นเอ็มเอสเอ็นไม่ได้ ใครไม่มีไฮไฟว์ ก็จะเชย เด็กจึงต้อง เข้าไปศึกษา เรียนรู้โดยอัตโนมัติ ทุกคนต้องมีอีเมล เป็นการตามกระแสสังคมของเด็กในยุคนี้“ลักษณะที่เรียกว่าเล่นจนเกินพอดี ทางจิตเวชมุ่งไปที่สูญเสียเรื่องการเรียน เสียงานในความรับผิดชอบ เสียความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ประการต่อมา ต้องเพิ่มชั่วโมงในการเล่น เดิมที่เคยเล่น 1 ชั่วโมงไม่พอต้องเพิ่มเป็น 2 เป็น 3 ไปเรื่อย ๆ รวมทั้ง ขาดการเล่นไม่ได้ เมื่อไม่ได้เล่นจะหงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียวกับคนรอบข้างที่ไม่ให้เล่น หรือเกิดอาการหงอยเหงา และเสียการทำหน้าที่พลเมืองดีทั่ว ๆ ไป เช่น ลักขโมยเงิน เล่นการพนัน และดื่มสุรา” ในความเป็นจริงการเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ตนั้น ถือเป็นการคลายเครียดและเสริมสร้างการพัฒนาสมองให้กับเด็ก ทำให้เกิดความภาคภูมิใจเมื่อประสบความสำเร็จ สามารถเอาชนะตามเงื่อนไข ตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนดในเกมได้ ขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางหนึ่งในการหาข้อมูลเรื่องราวรายละเอียดต่าง ๆ ที่รวดเร็วทันใจ “แต่ในขณะเดียวกัน การเปิดโลกอินเทอร์เน็ตเป็นการเปิดสื่อทุกอย่างเข้ามา ในบ้านที่รวดเร็วซึ่งต้องระวัง เพราะสิ่งที่ดีบางครั้งมาไม่ถึงลูกเรา ถึงแม้เว็บไซต์ที่ล่อแหลมจะมีการบล็อกก็ตาม ปัจจุบันนี้เด็กสามารถแก้เข้าไปได้ ทำให้เขาสามารถเข้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย ไม่เหมาะกับกลุ่มพวกเขาได้ง่าย โดยไม่มีตัวกลั่นกรอง ต่างจากการไปซื้อหนังสือสักเล่มหนึ่ง เด็กมักจะไม่ไปคนเดียวจะมีเพื่อนหรือคนอื่นไปด้วย ซึ่งเรียกว่ามีอุปสรรคในการเอื้อมไปไม่ถึงสิ่งดีไม่ดี เหล่านั้น แต่การเข้าเว็บไซต์ ไม่มีอะไรดึงลูกเอาไว้ ฉะนั้นเด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วมาก”
หากลูกมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่าติดเกมหรืออินเทอร์เน็ต อย่าเพิ่งไปโทษว่า สิ่งที่ลูกทำดีหรือไม่ดี อย่าเพิ่งไปตัดสิน อย่าเพิ่งตกใจ ขอให้คุยกันระหว่างพ่อแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อย ๆดึงลูกกลับเข้ามา พยายามเข้าใจจิตใจลูกให้มากขึ้น ซึ่งการเข้าไปสู่การเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตของลูกอาจจะไม่ถึงขั้นติด และการติดอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พ่อแม่เป็นห่วงว่าจะเหมือนกับการติดยาเสพติดหรือติดบุหรี่ “ถึงแม้จะเป็นความรุนแรงในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหันหน้ามาคุยกันแล้วค่อย ๆ เข้า ถึงค่อย ๆ ดึงลูกกลับมา เข้าใจหัวใจของลูกมากขึ้นว่าลูกต้องการอะไร ที่ลูกติดเกม ติดอินเทอร์เน็ตนั้นมาจากสาเหตุใด อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าลูกติด ค่อย ๆ คิดว่าเกิดจากอะไรแล้วจัดลำดับการแก้ไข ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง สุดท้ายความรักจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร เข้าใจว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก ต้องการให้ลูกเดินทางในทางที่ถูก ที่ควร แต่สุดท้ายขอให้รู้ว่านั่นคือพฤติกรรม อย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ตัวตนของ ลูกที่แท้จริง ลูกเรายังมีสิ่งดี ๆ มากมายในอีกด้านหนึ่ง เชื่อว่าความรักจะดึงลูกกลับมาได้ ให้เวลากับเขาให้มากขึ้น เข้าใจในสิ่งที่ลูกทำ แล้วลูกจะเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมา” พญ.สุธิรา กล่าวทิ้งท้าย
ทุกปัญหาแก้ไขได้...หาสาเหตุให้เจอ...เลือกทางแก้ให้ดี..แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น...
สูตรสำเร็จลดภัยอินเตอร์เน็ตนพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้ข้อคิดหรือหลักปฏิบัติ 10 ข้อ
1.สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก ให้เด็กทำงานบางอย่างภายในบ้าน โดยฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ
2.ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ควรมีคอมพิวเตอร์ไว้เครื่องเดียวหากมีลูกหลายคน เพราะเด็กจะต้องสลับกันเล่น รวมทั้งนำคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องโถงของบ้านจะได้สอดส่องได้ง่ายว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่
3.ใช้มาตรการทางการเงิน โดยให้เงินแต่พอดีเพื่อลดโอกาสในการไปเล่นตามร้าน พ่อแม่ ต้องใจแข็งให้เด็กรับผลจากการกระทำของตนเอง เมื่อเอาเงินไปเล่นเกมหมดอย่าให้เงินเพิ่ม ทำให้เด็กจะมีเงินที่กระตุ้นให้อยากเล่นน้อยลง
4.ฟังและพูดด้วยดีต่อกัน อย่าใช้อารมณ์แล้วพูดในเชิงตำหนิ จะยิ่งทำให้การสื่อสารพูดคุยกันทำได้ยากขึ้น
5.จับถูก ชื่นชม ให้กำลังใจ พ่อแม่จะต้องฝึกการจับถูกในตัวลูก ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อเขาทำดี ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะได้ใจหรือว่าเหลิงเพราะการชื่นชมจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหันมาฟัง พ่อแม่ อย่าเอาแต่ตำหนิอย่างเดียว
6.ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม และบังคับใช้อย่างเข้มแข็งแต่อ่อนโยน ในลักษณะอ่อนนอก แข็งใน โดยให้เด็กมีส่วน ร่วมในการกำหนดกติกา เด็กยิ่งโตขึ้นพ่อแม่จะใช้อำนาจต่อเขาได้ลดลง ควรใช้การเจรจาพูดคุยและตกลงกัน
7.มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก ให้เด็กได้ไปเล่นดนตรี กีฬา หรือทำในสิ่งที่ถนัด เมื่อทำได้ดี มีคนชมจะทำให้มีความภูมิใจและอยากที่จะทำอีก ก็จะทำให้ลดการเล่นเกมลงไปได้
8.สร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ในครอบครัว พ่อแม่ควรจัดการบรรยากาศโดยรวมของบ้านให้ดี มีการชื่นชมกัน
9.ควบคุมอารมณ์และสร้างความสุขเล็ก ๆ ในใจของพ่อแม่เอง พ่อแม่ให้รางวัลและสร้างความสุขในใจด้วยการมองตัวเองในแง่ดี มองความสำเร็จในมิติอื่น ๆ ของชีวิตบ้าง
10.เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราทันที พ่อแม่ต้องไม่ทำให้บรรยากาศในครอบครัวหม่นหมอง มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เปลี่ยนทัศนคติว่าเด็กเล่นเกมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำอย่างไรให้การเล่นเกมของเด็กเป็นเพียงแค่การผ่อนคลาย.
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
ทุกวันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศเจริญ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าอาจทำให้หลายคนตกกระแสกันแบบ ง่าย ๆ โดยเฉพาะ “อินเทอร์ เน็ต” เทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งที่ทำให้โลกไร้พรมแดนมากมายไปด้วยรูปภาพ เรื่องราว เนื้อหาเกม ที่มีให้เลือกได้ตามถนัด ถูกย่อลงมารวมอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า
พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีทั้งที่ใช้ให้เกิดประโยชน์และการนำไปใช้แบบผิดวิธี เช่น ใช้เพื่อลามกอนาจาร ที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุดอยู่ในขณะนี้ คือ คลิปวิดีโอโป๊ เว็บไซต์ลามก และขายหวิว หรือการโชว์สัดส่วนผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วเก็บค่าดู ซึ่งระบาดหนักในหมู่วัยรุ่นและยากต่อการควบคุม การสนทนาบนเน็ต เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กำลังเป็นที่ นิยมอย่างสูงโดยเฉพาะในหมู่ วัยรุ่นเนื่องจากเป็นวัยที่กำลังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ความคิด ย่อมต้องการเพื่อนเพื่อเป็นที่ปรึกษาพูดคุยแลกเปลี่ยน ทัศนคติ การแชตทำให้ได้เพื่อนใหม่ ๆ ทางอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลาสามารถเปลี่ยนเพื่อนคุยไป ได้ตามความต้องการ แต่การได้เพื่อนใหม่จากวิธีนี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะเราไม่อาจรู้พฤติกรรมและนิสัยที่แท้จริงของ คู่สนทนาได้เลย ส่วนการบอก ชื่อจริง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้จริงนั้น ย่อมเป็นภัยต่อตนเองโดยเฉพาะกับผู้หญิง การพัฒนาปรับปรุงรูปแบบของ เกม ที่มีสีสันสดใส สวยงาม ชวนให้ติดตามและหลงใหล สร้างความเพลิดเพลินเป็นสิ่งที่จูงใจให้เด็ก ๆ และเยาวชนเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต ได้อย่างง่ายดาย จนฮิตติดลมบนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยองค์ประกอบที่เอื้ออำนวยในการเล่นที่ง่าย เพราะแทบทุกบ้านจะมีคอมพิวเตอร์ ส่วนที่ไม่มีก็สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ทั่ว ทุกหัวระแหงซึ่งมีให้เลือกได้ตามใจชอบเด็กและเยาวชน รวม ถึงผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บางคนเล่นจนหามรุ่งหามค่ำ โดยไม่ยอมทำกิจกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น สร้างความวิตกให้กับผู้เป็นพ่อแม่ และบุคคลรอบข้างเป็นอย่างมาก พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เล่าถึงการใช้อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการเล่นเกมของเด็กให้ฟังว่า เกิดจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน บางครั้งการเล่นอินเทอร์เน็ต ติดเกมของเด็ก เป็นปัญหาปลายทาง เกิดจากการที่พ่อแม่ไม่จัดระบบเรื่องระเบียบวินัย ไม่มีกิจ กรรมเสริมให้กับลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่มีกีฬา ไม่มีดนตรี ที่สำคัญ อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการสื่อสารกับเพื่อน ๆ สมัยนี้ คนไหนเล่นเอ็มเอสเอ็นไม่ได้ ใครไม่มีไฮไฟว์ ก็จะเชย เด็กจึงต้อง เข้าไปศึกษา เรียนรู้โดยอัตโนมัติ ทุกคนต้องมีอีเมล เป็นการตามกระแสสังคมของเด็กในยุคนี้“ลักษณะที่เรียกว่าเล่นจนเกินพอดี ทางจิตเวชมุ่งไปที่สูญเสียเรื่องการเรียน เสียงานในความรับผิดชอบ เสียความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ประการต่อมา ต้องเพิ่มชั่วโมงในการเล่น เดิมที่เคยเล่น 1 ชั่วโมงไม่พอต้องเพิ่มเป็น 2 เป็น 3 ไปเรื่อย ๆ รวมทั้ง ขาดการเล่นไม่ได้ เมื่อไม่ได้เล่นจะหงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียวกับคนรอบข้างที่ไม่ให้เล่น หรือเกิดอาการหงอยเหงา และเสียการทำหน้าที่พลเมืองดีทั่ว ๆ ไป เช่น ลักขโมยเงิน เล่นการพนัน และดื่มสุรา” ในความเป็นจริงการเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ตนั้น ถือเป็นการคลายเครียดและเสริมสร้างการพัฒนาสมองให้กับเด็ก ทำให้เกิดความภาคภูมิใจเมื่อประสบความสำเร็จ สามารถเอาชนะตามเงื่อนไข ตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนดในเกมได้ ขณะเดียวกันอินเทอร์เน็ตก็เป็นช่องทางหนึ่งในการหาข้อมูลเรื่องราวรายละเอียดต่าง ๆ ที่รวดเร็วทันใจ “แต่ในขณะเดียวกัน การเปิดโลกอินเทอร์เน็ตเป็นการเปิดสื่อทุกอย่างเข้ามา ในบ้านที่รวดเร็วซึ่งต้องระวัง เพราะสิ่งที่ดีบางครั้งมาไม่ถึงลูกเรา ถึงแม้เว็บไซต์ที่ล่อแหลมจะมีการบล็อกก็ตาม ปัจจุบันนี้เด็กสามารถแก้เข้าไปได้ ทำให้เขาสามารถเข้าเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย ไม่เหมาะกับกลุ่มพวกเขาได้ง่าย โดยไม่มีตัวกลั่นกรอง ต่างจากการไปซื้อหนังสือสักเล่มหนึ่ง เด็กมักจะไม่ไปคนเดียวจะมีเพื่อนหรือคนอื่นไปด้วย ซึ่งเรียกว่ามีอุปสรรคในการเอื้อมไปไม่ถึงสิ่งดีไม่ดี เหล่านั้น แต่การเข้าเว็บไซต์ ไม่มีอะไรดึงลูกเอาไว้ ฉะนั้นเด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็วมาก”
หากลูกมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่าติดเกมหรืออินเทอร์เน็ต อย่าเพิ่งไปโทษว่า สิ่งที่ลูกทำดีหรือไม่ดี อย่าเพิ่งไปตัดสิน อย่าเพิ่งตกใจ ขอให้คุยกันระหว่างพ่อแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อย ๆดึงลูกกลับเข้ามา พยายามเข้าใจจิตใจลูกให้มากขึ้น ซึ่งการเข้าไปสู่การเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตของลูกอาจจะไม่ถึงขั้นติด และการติดอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พ่อแม่เป็นห่วงว่าจะเหมือนกับการติดยาเสพติดหรือติดบุหรี่ “ถึงแม้จะเป็นความรุนแรงในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหันหน้ามาคุยกันแล้วค่อย ๆ เข้า ถึงค่อย ๆ ดึงลูกกลับมา เข้าใจหัวใจของลูกมากขึ้นว่าลูกต้องการอะไร ที่ลูกติดเกม ติดอินเทอร์เน็ตนั้นมาจากสาเหตุใด อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าลูกติด ค่อย ๆ คิดว่าเกิดจากอะไรแล้วจัดลำดับการแก้ไข ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง สุดท้ายความรักจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร เข้าใจว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก ต้องการให้ลูกเดินทางในทางที่ถูก ที่ควร แต่สุดท้ายขอให้รู้ว่านั่นคือพฤติกรรม อย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ตัวตนของ ลูกที่แท้จริง ลูกเรายังมีสิ่งดี ๆ มากมายในอีกด้านหนึ่ง เชื่อว่าความรักจะดึงลูกกลับมาได้ ให้เวลากับเขาให้มากขึ้น เข้าใจในสิ่งที่ลูกทำ แล้วลูกจะเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมา” พญ.สุธิรา กล่าวทิ้งท้าย
ทุกปัญหาแก้ไขได้...หาสาเหตุให้เจอ...เลือกทางแก้ให้ดี..แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น...
สูตรสำเร็จลดภัยอินเตอร์เน็ตนพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้ข้อคิดหรือหลักปฏิบัติ 10 ข้อ
1.สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก ให้เด็กทำงานบางอย่างภายในบ้าน โดยฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ
2.ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ควรมีคอมพิวเตอร์ไว้เครื่องเดียวหากมีลูกหลายคน เพราะเด็กจะต้องสลับกันเล่น รวมทั้งนำคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องโถงของบ้านจะได้สอดส่องได้ง่ายว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่
3.ใช้มาตรการทางการเงิน โดยให้เงินแต่พอดีเพื่อลดโอกาสในการไปเล่นตามร้าน พ่อแม่ ต้องใจแข็งให้เด็กรับผลจากการกระทำของตนเอง เมื่อเอาเงินไปเล่นเกมหมดอย่าให้เงินเพิ่ม ทำให้เด็กจะมีเงินที่กระตุ้นให้อยากเล่นน้อยลง
4.ฟังและพูดด้วยดีต่อกัน อย่าใช้อารมณ์แล้วพูดในเชิงตำหนิ จะยิ่งทำให้การสื่อสารพูดคุยกันทำได้ยากขึ้น
5.จับถูก ชื่นชม ให้กำลังใจ พ่อแม่จะต้องฝึกการจับถูกในตัวลูก ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อเขาทำดี ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะได้ใจหรือว่าเหลิงเพราะการชื่นชมจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหันมาฟัง พ่อแม่ อย่าเอาแต่ตำหนิอย่างเดียว
6.ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม และบังคับใช้อย่างเข้มแข็งแต่อ่อนโยน ในลักษณะอ่อนนอก แข็งใน โดยให้เด็กมีส่วน ร่วมในการกำหนดกติกา เด็กยิ่งโตขึ้นพ่อแม่จะใช้อำนาจต่อเขาได้ลดลง ควรใช้การเจรจาพูดคุยและตกลงกัน
7.มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก ให้เด็กได้ไปเล่นดนตรี กีฬา หรือทำในสิ่งที่ถนัด เมื่อทำได้ดี มีคนชมจะทำให้มีความภูมิใจและอยากที่จะทำอีก ก็จะทำให้ลดการเล่นเกมลงไปได้
8.สร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ในครอบครัว พ่อแม่ควรจัดการบรรยากาศโดยรวมของบ้านให้ดี มีการชื่นชมกัน
9.ควบคุมอารมณ์และสร้างความสุขเล็ก ๆ ในใจของพ่อแม่เอง พ่อแม่ให้รางวัลและสร้างความสุขในใจด้วยการมองตัวเองในแง่ดี มองความสำเร็จในมิติอื่น ๆ ของชีวิตบ้าง
10.เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราทันที พ่อแม่ต้องไม่ทำให้บรรยากาศในครอบครัวหม่นหมอง มีการทำกิจกรรมร่วมกัน เปลี่ยนทัศนคติว่าเด็กเล่นเกมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำอย่างไรให้การเล่นเกมของเด็กเป็นเพียงแค่การผ่อนคลาย.
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
รูปแบบการให้บริการทางอินเตอร์เน็ต
1. ความหมายของคำว่าบริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
บริการบนอินเทอร์เน็ตมีหลายประเภท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ซึ่งในที่นี้จะยกตัวอย่างบริการบนอินเทอร์เน็ตที่สำคัญดังนี้
การสนทนาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันผู้ใช้สามารถใช้สื่อประสม (multimedia) ประกอบด้วย เสียงพูด และภาพเคลื่อนไหว โดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง กล้องวีดีโอ และอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อประสิทธิภาพของการสนทนา ให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของโปรแกรม ได้มีการพัฒนาโปรแกรมเพื่อการสนทนาออนไลน์ที่มีคุณภาพ เช่น โปรแกรม Microsoft NetMeeting ที่สามารถสนทนากันไปพร้อม ๆ กับมองเห็นภาพของคู่สนทนาได้ด้วย
1.5 เทลเน็ต (telnet) เทลเน็ตเป็นบริการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตั้งอยู่ระยะไกล โดยจะใช้การจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งานอยู่ ให้เป็นจอภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลเครื่องนั้น การทำงานในลักษณะนี้ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเดินทางไปใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกล การใช้งานเทลเน็ตจะเป็นการแสดงข้อความตัวอักษร (text mode) โดยปกติการเข้าไปใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ระยะไกล จำเป็นต้องมีรายชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน แต่ก็มีบางหน่วยงานที่อนุญาติให้เข้าใช้บริการโดยไม่ต้องระบุรหัสผ่านเพื่อ เป็นการให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้าทั่ว ๆ ไป
2.1 การขนถ่ายไฟล์(file transfer protocol) การขนถ่ายไฟล์ หรือที่เรียกสั้น ๆว่า เอฟทีพี (FTP) เป็นบริการที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ทาง อินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการไฟล์จะเรียกว่า เอฟทีพีเซิร์ฟเวอร์ (FTP sever หรือ FTP site)
บริการบนอินเทอร์เน็ตมีหลายประเภท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ซึ่งในที่นี้จะยกตัวอย่างบริการบนอินเทอร์เน็ตที่สำคัญดังนี้
1.บริการด้านการสื่อสาร
1.1 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(electronic mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่าอีเมล์ (E-mail) ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งการส่งและรับจดหมาย หรือข้อความถึงกันได้ทั่วโลกนี้จำเป็นจะต้องมีที่อยู่อีเมล์ (e-mail address หรือ e-mail account) เพื่อใช้เป็นกล่องรับจดหมาย ที่อยู่ของอีเมล์จะประกอบ ด้วยส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ ชื่อผู้ใช้ (User name) และชื่อโดเมน(Domain name) ซึ่งเป็นชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีรายชื่อของผู้ใช้อีเมล์ โดยชื่อผู้ใช้และชื่อโดเมนจะคั่นด้วยเครื่องหมาย @(อ่านว่า แอ็ท) เช่น Sriprai@sukhothai.siamu.ac.th จะมีผู้ใช้อีเมล์ชื่อ Sriprai ที่มีอยู่อีเมล์ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อ sukhothai ของมหาวิทยาลัยสยาม(siamu) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษา (ac) ในประเทศไทย (th)
ในการรับ-ส่งจดหมาย โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น ได้มีการพัฒนาโปรแกรมที่ใช้สำหรับอีเมล์อยู่หลายโปรแกรม เช่น โปรแกรม Microsoft Outlook Express โปรแกรม Netscape Mail เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับที่อยู่อีเมล์ได้ฟรีจาก เว็บไซต์ที่ให้บริการที่อยู่อีเมล์ฟรี เว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักและนิยม ได้แก่ www.hotmail.com, www.chaiyo.com, www.thaimail.com
โดยทั่วไปแล้ว ส่วนประกอบหลัก ๆ ของอีเมล์จะประกอบด้วยส่วนหัว (header) และส่วนข้อความ (message)
1.2 รายชื่อกลุ่มสนทนา (mailing lists) mailing lists เป็นกลุ่มสนทนาประเภทหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตที่มีการติดต่อสื่อสารและการส่ง ข่าวสารให้กับสมาชิกตามรายชื่อและที่อยู่ของสมาชิกที่มีอยู่ ในรายการซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่ม mailing lists ที่แตกต่างกันตามความสนใจจำนวนมาก การเข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มสนทนาประเภทนี้ ผู้ใช้จะต้อง สมัครสมาชิกก่อนด้วยการแจ้งความประสงค์และส่งชื่อและที่อยู่เพื่อการลงทะ เบียบไปยัง subscription address ของ mailing lists ตัวอย่าง mailing list เช่น ทัวร์ออนไลน์ (tourbus@listserv.aol.com)กลุ่มสนทนาเรื่องตลก (dailyjoke@lists.ivllage.com)
1.3 กระดานข่าว (usenet)
ยูสเน็ต (usenet หรือ user network) เป็นการรวบรวมของกลุ่มข่าวหรือ newsgroup ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนใจที่ต้องการจะติดต่อและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนอื่น ๆ กลุ่มของ newsgroup ในปัจจุบันมีมากกว่า 10,000 กลุ่มที่มีความสนใจในหัวข้อที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มผู้สนใจศิลปะ กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนต์ เป็นต้น
ยูสเน็ต (usenet หรือ user network) เป็นการรวบรวมของกลุ่มข่าวหรือ newsgroup ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนใจที่ต้องการจะติดต่อและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนอื่น ๆ กลุ่มของ newsgroup ในปัจจุบันมีมากกว่า 10,000 กลุ่มที่มีความสนใจในหัวข้อที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มผู้สนใจศิลปะ กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนต์ เป็นต้น
การส่งและรับแหล่งข่าวจาก usenet จะใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข่าวเพื่อไปดึงชื่อของกลุ่มข่าวหรือหัวข้อจากเครื่อง คอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้เข้าไปขอใช้บริการ
เช่นเดียวกับระบบชื่อโดเมน (DNS) กลุ่มข่าวจะมีการตั้งชื่อเพื่อใช้เป็นแบบมาตรฐาน ซึ่งชื่อกลุ่มจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ คือ ชื่อหัวข้อกลุ่มข่าวหลัก (major topic) ชื่อกลุ่มข่าวย่อย (subtopic) และประเภทของกลุ่มข่าวย่อย (division of subtopic) ตัวอย่างเช่น
1.4 การสนทนาออนไลน์(On-line chat) การสนทนาออนไลน์ เป็นบริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถคุยโต้ตอบกับผู้ใช้คน อื่น ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน (real-time) การสนทนาหรือ chat (Internet Relay Chat หรือ IRC)ได้มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการสนทนาระหว่างบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลสามารถใช้
ภาพกราฟิก ภาพการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ แทนตัวผู้สนทนาได้ นอกจากการสนทนาแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและไฟล์ได้อีกด้วย
ภาพกราฟิก ภาพการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ แทนตัวผู้สนทนาได้ นอกจากการสนทนาแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและไฟล์ได้อีกด้วย
การใช้งาน IRC ผู้ใช้จะต้องติดต่อไปยังเครื่องที่เป็นไออาร์ซีเซิร์ฟเวอร์ (IRC server) ที่มีการแบ่งห้องสนทนาเป็นกลุ่ม ๆ ที่เรียกว่า แชนแนล (channel) โดยผู้ใช้จะต้องมีโปรแกรมเพื่อใช้สำหรับการสนทนา (ซึ่งสามารถดาวน์โหลดฟรีจากอินเทอร์เน็ต) เมื่อผู้ใช้ติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว ก็จะเลือกกลุ่มสนทนาหรือหัวข้อสนทนาที่สนใจ และเริ่มสนทนาได้ตามความต้องการ ตัวอย่าง โปรแกรมสนทนาออนไลน์ที่นิยมใช้กัน ในปัจจุบัน เช่น ICQ(I Seek You) และ mIRC
การสนทนาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันผู้ใช้สามารถใช้สื่อประสม (multimedia) ประกอบด้วย เสียงพูด และภาพเคลื่อนไหว โดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ไมโครโฟน ลำโพง กล้องวีดีโอ และอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อประสิทธิภาพของการสนทนา ให้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของโปรแกรม ได้มีการพัฒนาโปรแกรมเพื่อการสนทนาออนไลน์ที่มีคุณภาพ เช่น โปรแกรม Microsoft NetMeeting ที่สามารถสนทนากันไปพร้อม ๆ กับมองเห็นภาพของคู่สนทนาได้ด้วย
1.5 เทลเน็ต (telnet) เทลเน็ตเป็นบริการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตั้งอยู่ระยะไกล โดยจะใช้การจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งานอยู่ ให้เป็นจอภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลเครื่องนั้น การทำงานในลักษณะนี้ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเดินทางไปใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกล การใช้งานเทลเน็ตจะเป็นการแสดงข้อความตัวอักษร (text mode) โดยปกติการเข้าไปใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ระยะไกล จำเป็นต้องมีรายชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน แต่ก็มีบางหน่วยงานที่อนุญาติให้เข้าใช้บริการโดยไม่ต้องระบุรหัสผ่านเพื่อ เป็นการให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้าทั่ว ๆ ไป
2.บริการด้านข้อมูลต่าง ๆ
2.1 การขนถ่ายไฟล์(file transfer protocol) การขนถ่ายไฟล์ หรือที่เรียกสั้น ๆว่า เอฟทีพี (FTP) เป็นบริการที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ทาง อินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการไฟล์จะเรียกว่า เอฟทีพีเซิร์ฟเวอร์ (FTP sever หรือ FTP site)
ข้อมูลที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จะมีลักษณะหลายรูปแบบ ได้แก่ ข้อมูลสถิติ งานวิจัย บทความ เพลง ข่าวสารทั่วไป หรือโปรแกรมฟรีแวร์ (freeware) ที่สามารถดาวน์โหลดและใช้โปรแกรมฟรี
ในบางครั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จะให้บริการ เฉพาะบุคคลที่มีบัญชีรายชื่ออยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการขนถ่ายไฟล์จำนวนมากอนุญาตให้ผู้ใช้ ทั่วไปได้เข้าไปใช้บริการ ถึงแม้ว่าในบางครั้งจะไม่อนุญาต ให้ขนถ่ายไฟล์ทั้งหมดก็ตาม
2.2 โกเฟอร์ (gopher) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่ให้บริการข้อมูลในลักษณะของการค้นหาจากเมนู (menu-based search) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการข้อมูล โปรแกรมโกเฟอร์พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Minnesota ในปี ค.ศ. 1991 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการฐานข้อมูลจะเป็นลักษณะของเมนูลำดับชั้น (hierarchy) เพื่อเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่กระจายกันอยู่หลายแหล่งได้
2.3 อาร์ซี (archie) อาร์ซี เป็นการเข้าใช้บริการค้นหาข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายที่เป็นอาร์ซีเซิร์ฟเวอร์ (archie sever ) ซึ่งเป็นแหล่งที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสถานที่ของข้อมูล จากนั้นก็จะไปค้นข้อมูลโดยตรงจากสถานที่นั้นต่อไป
2.4 WAIS (Wide Area Information Severs) WAIS เป็นบริการค้นหาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตที่ได้รวบรวม ข้อมูลและดรรชนีสำหรับสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้เพื่อสามารถเข้าไปยังข้อมูลที่ต้องการและ สามารถเชื่อมโยงไปยังศูนย์ข้อมูล WAIS อื่นๆ ได้ด้วย
2.5 veronica veronica ย่อมาจาก very easy rodent-oriented net-wide index to computerized archives เป็นบริการที่รวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยอำนวย ความสะดวกในการค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
2.6 การค้นหาข้อมูลโดยใช้เว็บเบราเซอร์ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายใยแมงมุมที่มีการเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลที่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก การค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ถ้าผู้ใช้ไม่ทราบที่อยู่ของเว็บไซต์ ก็สามารถค้นหาแหล่งข้อมูลโดยใช้บริการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วปัจจุบันการค้นหาข้อมูลที่ต้องการเป็นเรื่อง ที่กระทำได้สะดวกและรวดเร็ว การพัฒนาเว็บไซต์ที่ช่วยสืบค้นแหล่งข้อมูลที่เรียกว่า เครื่องค้นหา (search engine) ช่วยให้การค้นหาทั้งในรูปของ ข้อความและกราฟิกกระทำได้โดยง่าย เว็บไซต์ที่ช่วยสำหรับการสืบค้นข้อมูลที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ yahoo.com, altavista.com, lycos.com, excite.com, ask.com, infoseek.ccom
บริการต่างๆบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก ที่เราสามารถค้นคว้า และรับส่งข้อมูลไปมา ระหว่างกันได้ อินเทอร์เน็ตจึงมีประโยชน์สำหรับยุคสังคมและข่าวสาร ในปัจจุบันอย่างมาก อินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่ เหมือนห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ส่งข้อมูลที่เราต้องการมาให้ถึงบ้านหรือที่ทำงาน ภายในไม่กี่นาที จากแหล่งข้อมูลทั่วโลก โดยจัดเป็นบริการในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web : WWW) คือบริการค้นหาและแสดงข้อมูลแบบมัลติมีเดีย บนอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ซึ่งข้อมูลและสารสนเทศอาจจัดอยู่ในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ หรือ เสียงก็ได้ ข้อดีของบริการประเภทนี้คือ สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจหน้าอื่น หรือเว็บไซด์อื่นได้ง่าย เพราะใช้วิธีการของไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) โดยมีการทำงานแบบไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server) ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล จากเครื่องที่ให้บริการซึ่งเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยอาศัยโปรแกรม ที่ใช้ดูข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ซึ่งผลที่ได้จะมีการแสดงเป็นไฮเปอร์เท็กซ์ ซึ่งในปัจจุบันมีการผนวกรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว และสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้โดยตรงตัวอย่างเช่น www.yahoo.com สามารถค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลไปยังเรื่องราวต่างๆ เช่น การศึกษาการท่องเที่ยว โรงแรมต่าง ๆ การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เป็นต้น
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรือนิยมเรียกกันทั่วไปว่า “อีเมล์” (E-mail) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน และกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถส่งข้อความ ไปยังสมาชิกที่ติดต่อด้วย โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และสามารถแนบไฟล์ข้อมูลไปพร้อมกับจดหมายได้อีกด้วย การส่งจดหมายในลักษณะนี้ จะต้องมีที่อยู่เหมือนกับการส่งจดหมายปกติ แต่ที่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เราเรียกว่า E-mail Address
การโอนย้ายข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol) เป็นรูปแบบการติดต่อสื่อสารข้อมูล บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อีกรูปแบบหนึ่ง ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างผู้ใช้โปรแกรม FTP กับ FTP Server การโอนย้ายไฟล์จาก FTP Server มายังเครื่องของผู้ใช้ เรียกว่า ดาวน์โหลด (Download) และการโอนย้ายไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ไปยังไปยัง FTP Server เรียกว่า อัพโหลด
การสืบค้นข้อมูล (Search Engine) คือ บริการที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความที่ต้องการสืบค้น เข้าไป โปรแกรมจะทำการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ให้ภายในเวลาไม่กี่นาที โปรแกรมประเภทนี้เราเรียกว่าSearch Engines เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถจำชื่อเว็บไซด์ บางเว็บได้ ก็สามารถใช้วิธีการสืบค้นข้อมูล ในลักษณะนี้ได้ เว็บไซด์ที่ทำหน้าที่เป็น Search Engines มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น google.com , yahoo.com , sanook.com ฯลฯ เป็นต้น
การสนทนากับผู้อื่นบนอินเทอร์เน็ต จะคล้ายกับการใช้โทรศัพท์แต่แตกต่างกันที่ เป็นการสื่อสาร ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะใช้ไมโครโฟน และลำโพงที่ต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ในการสนทนา
กระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (News Group or Use Net) เป็นบริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นลงไปบริเวณกระดานข่าวได้ มีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้ออกเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะสนใจเรื่องราวที่แตกต่างกันไป เช่นการศึกษา การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การเกษตร และอุตสาหกรรม เป็นต้น
การสื่อสารด้วยข้อความ IRC (Internet Relay Chat) เป็นการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น โดยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกัน ซึ่งจำนวนผู้ร่วมสนทนาอาจมีหลายคนในเวลาเดียวกัน ทุกคนจะเห็นข้อความ ที่แต่ละคนพิมพ์เหมือนกับว่ากำลังนั่งสนทนาอยู่ในห้องเดียวกัน โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารได้แก่โปรแกรม mIRC โปรแกรม PIRCH และโปรแกรม Comic Chat นอกจากโปรแกรม IRC แล้ว ในปัจจุบันนี้ภายในเว็บไซต์ ยังเปิดให้บริการห้องสนทนาผ่านทางโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ได้อีกด้วย
อินเทอร์เน็ตคืออะไร
| สารบัญ 1. ประวัติความเป็นมา 2. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต (Internet Advantage) 3. เอกสารจาก Nectec เยอะมาก 4. อินเทอร์เน็ต...เข้าใจง่าย 66 หน้า (PDF) | อินเทอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า Inter และ net 1. อินเทอร์ (Inter) คือ ระหว่าง หรือท่ามกลาง 2. เน็ต (Net) คือ เครือข่าย (Network) อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็ก ๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก คือ เครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย คือ การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่าย คือ เครือข่ายของเครือข่าย ข้อมูลจากหนังสือดี + Internet starter kit (Adam C.Engst | Corwin S. Low | Michael A. Simon) + เปิดโลกอินนเทอร์เน็ต (สมนึก คีรีโต | สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ | สมชาย นำประเสริฐชัย) + User's Basic Guide to the Internet (สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) + The ABCs of The Internet (Srisakdi Charmonman,Ph.D. ...) |
ใช้ข้อมูลจากเว็บหน้านี้ไปอบรมเรื่อง Internet คืออะไร ที่โรงเรียนบุญวาทย์ วิทยาลัย ลำปาง
(หากมีสิ่งใดผิดพลาด หรือไม่ถูกต้อง ขอได้ชี้แนะมายังทีมงาน เราจะรีบตรวจสอบ และแก้ไขในทันที - E-Mail)
(หากมีสิ่งใดผิดพลาด หรือไม่ถูกต้อง ขอได้ชี้แนะมายังทีมงาน เราจะรีบตรวจสอบ และแก้ไขในทันที - E-Mail)
อินเทอร์เน็ต คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน ตามโครงการของอาร์ป้าเน็ต (ARPAnet = Advanced Research Projects Agency Network) เป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (U.S.Department of Defense - DoD) ถูกก่อตั้งเมื่อประมาณ ปีค.ศ.1960(พ.ศ.2503) และได้ถูกพัฒนาเรื่อยมา
อ้างอิง:สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขั้นตอนการทำเว็บ
| 1. จุดประสงค์ของการ ทำเว็บ |
| เมื่อเราตัดสินใจที่จะ ทำเว็บ ขึ้นมาสักเว็บหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "จุดประสงค์" ในการ ทำเว็บ ว่าเว็บที่เราจะทำนั้น เราต้องการ ทำเว็บ เพื่ออะไร เช่น ทำเว็บ ขายสินค้า E-commerce ร้านค้าออนไลน์ เว็บเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัท องค์กร โรงเรียน สถานที่ท่องเที่ยว หรือทำเว็บไซต์กลุ่มหรือ เว็บไซต์ส่วนตัว เมื่อผู้ ทำเว็บ เข้าใจจุดประสงค์ในการ ทำเว็บ ของตนเป็นอย่างดีแล้ว ก็ย่อมที่จะสามารถสื่อสาร ให้ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ หรือกลุ่มลูกค้า เข้าใจในเว็บไซต์ได้ดีเช่นกัน |
| 2. เลือกชื่อ Domain name | |||||||||||||
โดเมนเนม คือ ชื่อของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของเว็บที่ทำขึ้น ดังนั้นการตั้งชื่อ โดเมนเนมจึง เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากที่เราต้องคำนึงถึง การตั้งชื่อ โดเมนเนม ที่ดี ควรคำนึงตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
.com ,.net ,.co.th ,.in.th, .org ,.name, .biz ,.info หากเราตั้งชื่อโดเมนเนม ได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น แล้วย่อมทำให้ชื่อเว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก ของผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน
|
| 4. ลงมือ ทำเว็บ |
| การทำเว็บไซต์สามารถทำได้ หลายวิธี เช่น ทำเว็บ ด้วยโปรแกรม Dreamweaver Html หรือ การทำเว็บด้วย www.makewebeasy.com |
|
|
|
|
|
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)